สมุนไพรไล่แมลงศัตรูพืช

           การใช้สมุนไพรไล่แมลงศัตรูพืช ได้รับการพิสูจน์และยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า  เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดแมลงโรคพืช โดยเฉพาะสำหรับการปลูกพืชผัก
และผลไม้  ไม่แพ้การใช้สารเคมี แต่มีข้อดีกว่าหลายอย่าง คือ  มีราคาถูก ปลอดภัย ต่อเกษตรกรผู้ใช้ ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งไม่เป็นอันตราย
ต่อแมลงที่เป็นประโยชน์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ  ในแปลงพืชผักไม่ตกค้างในดินและสภาพแวดล้อม
            อย่างไรก้๖ามการใช้สมุนไพรไล่แมลงศัตรูพืชมิได้เป็นวิธีการสำเร็จรูปเหมือนกับการใช้สารเคมี  การใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ควรทำควบคู่ไปกับวิธีธรรมชาติหรือ
วิธีทางเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างสมดุลย์ทางธรรมชาติ ให้เกิดขึ้นในแปลงพืชผักผลไม้ วิธีทางเกษตรอินทรีย์เหล่านั้น ได้แก่
            1. การเตรียมดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพ
            2. การเลือกใช้พันธุ์ที่ทนทานต่อโรคและแมลง
            3. ปลูกพืชให้ตรงกับฤดูกาลที่เหมาะสม
            4. การปลูกพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน  แบบผสมผสานและปลูกพืชหมุนเวียน
            การปลูกปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยให้พืชผักมีสุขภาพแข็งแรงต้านทานโรคและแมลง  ป้องกันการระบาดของแมลงศัตรูพืช

สมุนไพรไล่แมลงสูตรรวมเอนกประสงค์

สะเดา    ตะไคร้หอม    (ตะไคร้บ้านก็ได้)   ใบสะเดาหรือเมล็ดสะเดาก็ได้
ส่วนผสม
                ใบสะเดาหรือเมล็ดสะเดา                1   ก.ก.
                หัวข่า                                            1   ก.ก.
                ตะไคร้หอม                                    1  ก.ก.

วิธีทำ
                สับส่วนผสมแต่ละอย่างให้เป็นชิ้น ขนาด  3.5  เซนติเมตร   หรือตำรวมกันให้ละเอียด  เติมน้ำ  20  ลิตร  หมัก 3 คืน  กรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้

วิธีใช้
                นำน้ำสมุนไพรที่หมักได้  1 ลิตร  ผสมน้ำ  10 ลิตร   พ่นพืชผักผลไม้

ประโยชน์
                ใช้ป้องกันผีเสื้อกะหล่ำ   หนอนคืบ   เพลี้ยอ่อน   แมลงในยุ้งฉาง

สูตรใช้อย่างเดียวเอนกประสงค์

สาบเสือ
ส่วนผสม
                ต้นสาบเสือและใบสด 1  กก. (หนึ่งกิโลกรัม)  นำมาสับเป็นชิ้นขนาด  3.5  เซนติเมตร ผสมน้ำ 3 ลิตร  หมักไว้  1 คืน   กรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้
วิธีใช้
                นำน้ำที่หมักได้  1 ลิตร  ผสมน้ำ 5 ลิตร  ฉีดพ่นพืชผักทุก ๆ  5 - 7 วัน  ในช่วงเวลาเย็น
ประโยชน์
                ใช้ใส่และกำจัดแมลงพวกเพลี้ยกระโดด, เพลี้ยจักจั่น, เพลี้ยหอย, เพลี้ยไฟ,หนอนกระทู้, หนอนใยผัก

ดาวเรือง
ส่วนผสม
                ดาวเรืองทั้งต้น ใบ  ดอก 0.5 ก.ก.  (ครึ่งกิโลกรัม)  นำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด  ผสมน้ำ  3 ลิตร  หมักไว้  1 คืน  นำมากรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้
วิธีใช้
                นำน้ำหมักดาวเรือง 5 ช้อนแกงผสมน้ำ  5 ลิตร  และน้ำสบู่ หรือยาสระผม  1 ช้อนแกง  ผสมด้วย  เพื่อช่วยให้เป็นสารจับใบ ฉีดพ่นพืชผัก  ผลไม้
ประโยชน
                ใช้ป้องกันเพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่น  เพลี้ยหอย  เพลี้ยไฟ  แมลงหวี่ขาว  แมลงวันผลไม้  หนอนใยผัก  หนอนผีเสื้อหัวกะโหลก  หนอนกะหล่ำปลี 
ด้วงปีกแข็ง   ไส้เดือน   ฝอย

บอระเพ็ด
                ใช้เถาบอระเพ็ดแก่ ๆ ทั้งใบ 1 ก.ก.  สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาด 3-5 เซนติเมตร ผสมน้ำ 4 ลิตร  หมักไว้ 1 คืน กรองเอาแต่น้ำเก็บไว้ใช้
วิธีใช้
                นำน้ำหมักบอระเพ็ดที่กรองแล้ว  1 ลิตร  ผสมน้ำ  5 ลิตร  ฉีดพ่นพืชผัก
ประโยชน์
                ใช้ไล่และกำจัดเพลี้ยกระโดสีน้ำตาล  เพลี้ยจักจั่น  หนอนกอ  โรคยอดเหี่ยว   โรคข้าวลีบ

พริก
ส่วนผสม
                พริกชี้ฟ้าสุก 0.5 ก.ก. (ครึ่งกิโลกรัม)  ตำหรือปั่นให้ละเอียด  ผสมน้ำ 3 ลิตร  หมักไว้  1 คืน กรองเอาน้ำเก็บไว้ใช้
วิธีใช้
                นำน้ำหมักบอระเพ็ดที่กรองแล้ว  1 ลิตร  ผสมน้ำ  10  ลิตร  ฉีดพ่นพืชผัก  ผลไม้
ประโยชน์
                ใช้ขับไล่และกำจัดแมลง  เพลี้ยอ่อน   หนอนผีเสื้อกะหล่ำ   ด้วงงวงช้าง   แมลงในยุ้งฉาง   เพลี้ยไฟ   ไรแดง   เพลี้ยแป้ง

ข้อควรปฏิบัติในการใช้สารสกัดจากพืชสมุนไพร
        
   1. ควรใช้สารสกัดชีวภาพจากพืชสมุนไพรแต่ละสูตรสลับกันไปทุก ๆ 5 - 7 วัน  เช่น  อาทิตย์แรกใช้สารสกัดบอระเพ็ด  อาทิตย์ที่ 2 ใช้สารสักจากสะเดา
อาทิตย์ที่ 3  ใช้สารสกัดจากพริก  อาทิตย์ที่ 4   ใช้สารสกัดจากสาบเสือ  ทั้งนี้เพื่อป้องกันการดื้อยาของแมลงศัตรูพืช  จึงไม่ควรใช้สารสกัดสูตรเดียวติดต่อกันเป็น
เวลานาน  อย่างที่เกษตรกรปฏิบัติอยู่ขณะนี้
                2. การหมักน้ำสกัดจากพืชสมุนไพรจากพืชบางชนิด  เช่น พริก  ข่า  ตะไคร้หอม  สะเดา  ไม่ควรหมักไว้เกินกว่า  3 วัน  เพราะทำให้น้ำหมักมีกลิ่นบูดเน่า
และสารกำจัดแมลงเสื่อมคุณภาพได้  ควรหมักไว้  1 - 2 คืน  แล้วกรองเอาน้ำสกัดออกมาเก็บไว้ใช้จะมีประสิทธิภาพมากกว่า
                3. ควรจะหมักน้ำสกัดพืชสมุนไพร  หลาย ๆ ขนาน  พร้อม ๆ กัน  แล้วกรองเก็บไว้สลับกันใช้ตามข้อ 1
                4. การใช้น้ำสกัดสมุนไพรควรเริ่มใช้ในอัตราส่วนที่ต่ำ ๆ  ก่อน  เช่น  5 ช้อนแกง  ต่อน้ำ 10 ลิตร  แล้วจึงเพิ่มอัตราส่วนขึ้นทีละน้อย  เพราะพืชผักบางชนิด
อาจจะชงักการเจริยเติบโต หรือทำให้ยอดหรือใบไหม้ได้
                5. เศษพืชสมุนไพรที่กรองเอาน้ำหมักออกแล้ว  นำไปใส่ตามโคนต้นไม้ผล  หรือหว่านในแปลงกล้าข้าว เพื่อขับไล่หรือกำจัดแมลงศัตรูพืชได้